ขอคืนของกลางคดียาเสพติด

กรณีตำรวจจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้พร้อมของกลาง เช่น รถที่ใช้ขับขี่ในการกระทำความผิด ทรัพย์สินเงินทองที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งตำรวจจะตรวจยึดไว้ แล้วขอศาลให้มีคำสั่งริบ ซึ่งปัญหาที่พบเห็นเป็นประจำคือ ทรัพย์สินที่ตำรวจยึดไว้ไม่ใช่ของผู้กระทำความผิด แต่เป็นของคนอื่นที่ผู้กระทำความผิด ยืมมาบ้าง เช่ามาบ้าง หรือ แอบเอามา ลักมา บ้าง แล้วมาถูกจับได้พร้อมทรัพย์สินเหล่านั้น กรณีเจ้าของทรัพย์สินไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด เจ้าของที่แท้จริงจะทำอย่างไรให้ได้ทรัพย์สินคืน แยกพิจารณาดังนี้

1. กรณีทรัพย์สินนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าผู้ใดทำ หรือมีไว้เป็นความผิด และการคืนทรัพย์สินไม่กระทบต่อการใช้ทรัพย์สินนั้นเป็นพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง สามารถขอคืนทรัพย์สินนั้นต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการได้ โดยอาจจะต้องมีการวางหลักประกัน หรือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใด แล้วแต่ พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเห็นสมควร ที่พบเห็นเป็นประจำคือ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ เงิน ทอง ต่างๆ หากพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนไม่อนุญาต ก็ต้องอุทธรณ์ต่อศาล ต่อไป

2. กรณีทรัพย์สินนั้น พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานแล้วเป็นทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำ หรือมีไว้เป็นความผิด หรือ ผู้กระทำความผิดได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยได้กระทำความผิด พนักงานสอบสวนจะส่งให้อัยการฟ้องศาลขอให้มีคำสั่งริบ ตามกฎหมาย ซึ่งต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดก่อน ผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงก็สามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบได้ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด โดยในกระบวนการขอคืนของกลาง ก็ต้องไต่สวนคำร้อง ซึ่งต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล เช่นเดียวกับคดีทั่วไป

โดยผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงที่มีความประสงค์ขอคืนทรัพย์สินดังกล่าว สามารถใช้บริการของสำนักงานทนายความในการดำเนินกระบวนพิจารณา ขอคืนของกลางได้

รับว่าความทั่วประเทศ

Add Friend

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!